Covid-19 : 4 สายพันธุ์อันตรายในไทยที่ต้องระวัง!

ทำความรู้จัก “ชื่อใหม่” ไวรัสโควิดกลายพันธุ์

องค์กรอนามัยโลก (WHO) ได้เปลี่ยนชื่อเรียกไวรัสโควิดกลายพันธุ์ จากเดิมที่เรียกตามชื่อประเทศเป็นอักษรกรีก เพื่อลดการกล่าวโทษประเทศที่พบครั้งแรก สายพันธุ์น่าวิตก 4 สายพันธุ์ (Varients of Concern)

Covid-19 4 สายพันธุ์อันตรายในไทยที่ต้องระวัง!

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2564 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศเปลี่ยนการเรียกชื่อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ โดยมีชื่อเรียกและความรุนแรงของแต่ละสายพันธุ์ดังต่อไปนี้

▪ สายพันธุ์แกมม่า P.1
⚠️ รุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ เลี่ยงภูมิคุ้มกัน ลดประสิทธิภาพวัคซีน

▪ สายพันธุ์อัลฟ่า B.1.1.7
⚠️ เลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด แพร่กระจายง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น 40-70%

▪ สายพันธุ์เดลต้า B.1.617
⚠️ ระบาดเร็ว แพร่เชื้อง่าย หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้

▪ สายพันธุ์เบต้า B.1.351
⚠️ ระบาดรวดเร็ว แพร่เชื้อไวขึ้นราว 50% ลดประสิทธิภาพแอนติบอดี้

 

ระวัง! โควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าพลัส (Delta Plus)

โควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าพลัส (Delta Plus) อาจมีความรุนแรงกว่าเดิม เนื่องจากหลบภูมิคุ้มกันได้ดี

จากการแถลงของกระทรวงสาธารณสุขอินเดีย เรื่องการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า (B.1.617.2) ไปเป็นสายพันธุ์ใหม่ ที่เรียกว่าเดลต้าพลัส (AY.1) โดยคาดว่าเกิดจากการกลายพันธุ์แบบ K417N ซึ่งเป็นการกลายพันธุ์ในโปรตีนหนามของไวรัส ซึ่งความแตกต่างระหว่างโควิด-19 สายพันธุ์ Delta Plus VS Delta มีดังต่อไปนี้

อย่างไรก็ตามในช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19 เช่นนี้ ควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน และหมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล หรือสบู่บ่อยๆ หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในสถานที่แออัด ไม่ปลอดโปร่ง เพื่อป้องกันตนเองจากเชื้อโควิด-19

เฝ้าระวัง! Covid-19 สายพันธุ์ใหม่ “แลมบ์ดา” (Lampda)
สายพันธุ์อันตรายกว่าเดลต้า แพร่เชื้อเร็ว ต้านภูมิคุ้มกัน!!!

Covid-19 สายพันธุ์แลมบ์ดา (Lampda) หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ “C.37” พบครั้งแรกที่ประเทศเปรู และระบาดในประเทศแถบภูมิภาคละตินอเมริกา

🔴 โดยทาง WHO จัดให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ (Variant of Interest; VOI) เนื่องจากคาดว่า Covid-19 สายพันธุ์แลมบ์ดา (Lampda) นี้
⚠️ ความรุนแรงเมื่อติดเชื้อมากกว่าสายพันธุ์อื่น
⚠️ แพร่เชื้อง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น
⚠️ เลี่ยงประสิทธิภาพวัคซีนได้ดีมากขึ้น
(แต่จากการวิจัยของสหรัฐฯ พบว่า วัคซีน mRNA ยังสามารถป้องกันสายพันธุ์แลมบ์ดาได้ดีอยู่)

ขอบคุณข้อมูลจาก
– องค์การอนามัยโลก (WHO)
– Times of India, The New York Times
– BBC Thai